นโยบายความเป็นส่วนตัว แคชเอ็กซ์เพรส
วันที่ปรับปรุงล่าสุด: 7 กรกฎาคม 2569
บริษัท แคชเอ็กซ์เพรส จำกัด บริษัทลูก และบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจภายใต้การควบคุมของบริษัท แคชเอ็กซ์เพรส จำกัด (รวมเรียกว่า “บริษัท” หรือ “เรา”) มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจเพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินรูปแบบใหม่บนช่องทางดิจิทัล เราให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราได้รับจะถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นโยบายความเป็นส่วนตัวแคชเอ็กซ์เพรส (“นโยบาย”) ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิต่างๆ ของท่านตามกฎหมาย
โปรดอ่านนโยบายนี้ เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทอาจพัฒนาบริการใหม่หรือนำเสนอบริการเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว หากบริการดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อวิธีที่บริษัทเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งข้อกำหนดหรือนโยบายเพิ่มเติมให้ท่านทราบ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อบริษัทนำเสนอบริการใหม่หรือบริการเพิ่มเติม บริการเหล่านั้นจะอยู่ภายใต้บังคับของนโยบายนี้ด้วย หากท่านไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของนโยบายนี้ ท่านมีสิทธิเลือกได้ว่าท่านต้องการใช้บริการของบริษัทหรือไม่
1. นโยบายฉบับนี้มีขึ้นเพื่ออะไร
นโยบายฉบับนี้ใช้เพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการและให้บริการผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการใดๆ ทั้งหมด (รวมเรียกว่า “บริการ”) ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัล แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นใดของบริษัทหรือไม่ก็ตาม ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
2. นโยบายฉบับนี้ใช้กับใครบ้าง
ประกาศนโยบายฉบับนี้ใช้สำหรับบุคคลดังต่อไปนี้
- บุคคลธรรมดาที่เป็นลูกค้าของบริษัท
- บุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่ลูกค้าของบริษัท ซึ่งหมายความถึงบุคคลธรรมดาที่ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการกับบริษัท แต่บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น บุคคลที่ได้เข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัท หรือเข้าใช้บริการที่สำนักงานของบริษัท ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง กรรมการหรือผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทที่ใช้บริการของบริษัท ที่ปรึกษาด้านวิชาชีพ รวมถึงกรรมการ ผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นของบริษัท และตัวแทนโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับบริษัท เป็นต้น
ข้อดังกล่าวข้างต้นรวมเรียกว่าท่าน ในบางครั้ง เมื่อท่านเข้าใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นซึ่งท่านสามารถเข้าถึงได้จากแพลตฟอร์มของบริษัท การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการรายนั้นทั้งสิ้น บริษัทจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการรายนั้นๆ
3. ข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้างที่เราเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับท่านโดยที่ข้อมูลนั้นสามารถระบุตัวท่านได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม) ตัวอย่างประเภทข้อมูลมีดังนี้
ประเภทของข้อมูล
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนตัวและคุณลักษณะของบุคคล
- ข้อมูลชื่อและอักษรย่อ เช่น ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น ชื่อกลาง คำนำหน้าชื่อ นามแฝง หรือชื่อที่เคยใช้
- ข้อมูลคุณลักษณะของบุคคล เช่น วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ สัญชาติ ประเทศที่เกิด สถานภาพสมรส จำนวนบุตร งานอดิเรก ความสนใจและความชอบ
- รูปถ่ายใบหน้า รูปถ่ายทั่วไปที่ปรากฏรูปร่าง หน้าตาของเจ้าของข้อมูล เต็มตัวหรือบางส่วน เช่น รูปโปรไฟล์ รูปบนบัตรพนักงาน
- หลักฐานการมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (สำหรับกรณีชาวต่างชาติ)
- ลายมือชื่อ
ข้อมูลส่วนตัวตามเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ
- หมายเลขหรือรายละเอียดที่หน่วยงานภาครัฐออกให้เพื่อใช้ระบุตัวตน เช่น หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขใบอนุญาตขับรถ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
- ข้อมูลบนเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เช่น รูปถ่าย/สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ ใบอนุญาตทำงาน บัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ ใบมรณบัตร ทะเบียนสมรส ใบสำคัญหย่า เอกสารประกอบธุรกิจ (หนังสือรับรอง ใบรับรองการถือหุ้น ข้อมูลภาษี) ข้อมูลประกันสังคม หมายเรียกตำรวจ เป็นต้น
ข้อมูลการศึกษา
- ประวัติการศึกษา ระดับการศึกษาสูงสุด วุฒิการศึกษา ผลการศึกษา ใบอนุญาต ใบรับรอง ประกาศนียบัตร/คุณวุฒิพิเศษ สมาชิกภาพกับองค์กรวิชาชีพ
ข้อมูลการทำงานและข้อมูลการจ้างงาน
- อาชีพและสาขาอาชีพ ยศ/ตำแหน่ง อายุงานปัจจุบัน ประเภทธุรกิจ สถานที่ทำงาน
- ข้อมูลอาชีพเสริม ข้อมูลความเป็นเจ้าของกิจการ
- ประวัติการทำงาน ประวัติการจ้างงาน วันที่เริ่มงาน การเลิกจ้างงาน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
- ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ใบรับรองวิชาชีพ
- รายละเอียดต่างๆ ที่ปรากฏในสลิปเงินเดือน ข้อมูลบนหนังสือรับรองเงินเดือน
ข้อมูลการติดต่อ
- ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ที่อยู่ตามบัตรประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และเอกสารราชการอื่นๆ
- หมายเลขโทรศัพท์ (บ้าน มือถือ ที่ทำงาน) หมายเลขโทรสาร
- อีเมลเพื่อใช้ติดต่อ อีเมลที่ทำงาน
- ชื่อ นามแฝง หรือชื่อบัญชีที่ใช้เพื่อติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ
ข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลการทำธุรกรรม
- ข้อมูลแหล่งที่มาของรายได้ (และรายจ่าย) และทรัพย์สิน เช่น สลิปเงินเดือน โบนัส เอกสารการเดินบัญชีธนาคาร หรือหลักฐานแสดงรายได้อื่นๆ
- รายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์รวม เช่น ประเภทที่อยู่อาศัย ระยะเวลาในการพักอาศัย รายละเอียดยานพาหนะ
- เลขที่บัญชีเงินฝาก หมายเลขบัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด หมายเลขบัตรเดบิต
- จำนวนเงินฝาก ประเภทบัญชีเงินฝาก ระยะเวลาการฝาก ดอกเบี้ย
- วงเงินสินเชื่ออนุมัติ จำนวนเงินกู้ ดอกเบี้ย ประวัติสินเชื่อ ข้อมูลการกู้ยืม ข้อมูลจำนวนวันค้างชำระ ยอดหนี้ค้างชำระ
- ข้อมูลหลักประกัน ราคาประเมินทรัพย์สิน ตำแหน่งที่ตั้งของหลักประกัน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลการทำประกันชีวิต/ประกันภัยต่างๆ รายละเอียดกรมธรรม์ประกันภัย เบี้ยประกันภัย ทุนประกันภัย
- รายละเอียดธุรกรรมและวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม
- ประวัติการทำธุรกรรม เช่น การฝาก ถอน โอน ชำระ เบิก/ชำระเงินกู้ ซื้อ/ชำระค่าเบี้ยประกัน ค่าสาธารณูปโภค ใบแจ้งยอดค่าใช้จ่าย หรือหลักฐานการชำระเงินต่างๆ
- หมายเลขอ้างอิงการทำธุรกรรม ช่องทางการทำธุรกรรม บัญชีเพื่อใช้งานแอปพลิเคชัน
- ข้อมูลอื่นๆ ประกอบการใช้ผลิตภัณฑ์/บริการ เช่น รหัสลูกค้า หมายเลขประจำตัวลูกค้า อัตราดอกเบี้ย สกุลเงินที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลเกี่ยวกับการยื่นภาษี เช่น แบบการยื่นภาษี หลักฐานการชำระภาษี
ข้อมูลทางเทคนิค/อุปกรณ์/เครื่องมือ
- ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Traffic log) และบันทึกการเข้าชมเว็บไซต์ (Logs)
- ความชื่นชอบจากผลการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต พฤติกรรมการคลิก/ข้อมูลการติดตามเว็บไซต์
- ชื่อบัญชี (User Account) สำหรับใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน โปรแกรม แพลตฟอร์ม
- ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ (Log in) สถานะการเข้าถึง ข้อมูลการใช้งาน หมายเลขไอพีหรือที่อยู่อินเทอร์เน็ต
- พิกเซลแท็ก (Pixel Tag) คุกกี้แท็ก (Cookie Tag) หมายเลขระบุแอปพลิเคชัน (app-instance ID)
- รหัสประจำอุปกรณ์ (Device ID) หมายเลขประจำตัวเครื่อง (UDID) รุ่นและประเภทของอุปกรณ์
- ข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ (GPS) ค่าเขตเวลา และพิกัดสถานที่ (Location Data)
- ชื่อและเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ บนอุปกรณ์ที่ท่านใช้เข้าถึงเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ข้อมูลอื่นๆ
- ข้อมูล/ผลการประเมินจากการสำรวจความคิดเห็น ข้อติชม ข้อร้องเรียน คำแนะนำ
- บันทึกการสื่อสารหรือการใช้โต้ตอบระหว่างท่านกับบริษัท/เจ้าหน้าที่ของบริษัท เช่น Log/Chat-Bot/ระบบ IVR, Voicebot, Voiceblast
- คำขอใช้สิทธิต่างๆ ข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท
- สมุดรายชื่อ/ที่อยู่ของผู้ติดต่อทางข้อความหรืออีเมล (เนื้อหาของข้อความหรืออีเมล)
- ข้อมูลการเข้าประชุมและบันทึกการประชุมภายในของบริษัท หรือคณะกรรมการบริษัท
- คลิปบันทึกเสียง ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data)
คือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นเรื่องส่วนตัวโดยแท้ของเจ้าของข้อมูลซึ่งกฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสหภาพแรงงาน ความพิการ ข้อมูลพันธุกรรม พฤติกรรมทางเพศ หรือ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลทางชีวภาพเพื่อใช้ในการพิสูจน์หรือตรวจสอบตัวตน (Biometric Information) (เช่น ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลสแกนม่านตา ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง เป็นต้น) ทั้งนี้ บริษัทไม่มีนโยบายจัดเก็บ รวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวจากท่าน ยกเว้นในกรณีที่บริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านเพื่อการพิสูจน์ตัวตน และ/หรือใช้เป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของท่านในการสมัครใช้บริการ และ/หรือทำธุรกรรมกับบริษัท เมื่อทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ช่องทางออนไลน์ หรือ Call Center ของบริษัท รวมถึงช่องทางอื่นใดที่บริษัทกำหนด หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต (เช่น เพื่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือกรณีอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด) โดยจะดำเนินการเป็นคราวๆ ไปเมื่อต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวจากท่าน
(สำหรับนโยบายฉบับนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”)
3.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด
ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด ซึ่งเป็นบุคลากรของนิติบุคคล และ/หรือ ที่เกี่ยวข้องกับท่านแก่บริษัท ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบเกี่ยวกับรายละเอียดตามนโยบายฉบับนี้ และขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นหากจำเป็น หรือกำหนดฐานทางกฎหมายอื่นเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามเหล่านี้ได้ ซึ่งบริษัทได้รับข้อมูลดังกล่าวจากการทำธุรกรรมกับท่าน เช่น ผู้ได้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจลงนาม ผู้ค้ำประกัน ผู้ถือบัญชีร่วม ผู้ติดต่อสำหรับการติดตามหนี้ ผู้ชำระเงินเบี้ยประกัน ผู้ได้รับผลประโยชน์ ผู้จัดการมรดก บุคคลผู้ติดต่อ บุคคลอ้างอิง ผู้ติดต่อฉุกเฉิน สมาชิกในครอบครัว และ/หรือ บุคคลอื่นใดตามเอกสารการทำธุรกรรมของท่าน ลูกค้าของบุคคลภายนอก หรือในกรณีที่ท่านอาจขอให้เราเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ข้อมูลของท่านแก่บุคคลภายนอก เป็นต้น
3.4 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
บริษัทไม่มีเจตนาในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (แล้วแต่กรณี) หากบริษัททราบว่าบริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (แล้วแต่กรณี) บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นเฉพาะกรณีที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นโดยไม่ต้องอาศัยความยินยอม
ทั้งนี้ ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ที่ยังไม่มีความสามารถตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการแสดงเจตนาอย่างสมบูรณ์ในการทำนิติกรรมต่างๆ ได้ จะไม่สามารถดำเนินการเพื่อใช้บริการต่างๆ ของบริษัทได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (แล้วแต่กรณี) ที่มีอำนาจกระทำการแทน หรือเมื่ออาศัยฐานทางกฎหมายอื่นใด
4. เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางใดบ้าง
เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่างๆ ที่อาจมีความแตกต่างกันตามแต่กรณี ขึ้นอยู่กับบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจของเราที่ท่านได้ติดต่อด้วย
4.1 ข้อมูลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง
บริษัทอาจเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง หรือมีอยู่กับบริษัททั้งที่เกิดจากการสมัครและ/หรือการใช้บริการ ติดต่อ เยี่ยมชม ค้นหา ผ่านช่องทางดิจิทัล หรือ Call Center ผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือช่องทางติดต่อต่างๆ ของบริษัท เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ ข้อความสั้น (SMS) แบบสอบถาม นามบัตร การประชุม อบรม สัมมนา งานอีเวนต์ สันทนาการ การออกบูธ กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด การเข้าร่วมการประกวดหรือกิจกรรมที่จัดโดยบริษัท การพบปะ หรือช่องทางอื่นใด เป็นต้น
4.2 ข้อมูลที่ได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง หน่วยงานของรัฐ บริษัทข้อมูลเครดิต สถาบันการเงิน บริษัทในกลุ่มธุรกิจของบริษัท และ/หรือ พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท บริษัทที่ร่วมออกผลิตภัณฑ์/บริการกับบริษัท ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ให้บริการข้อมูล ลูกค้าของบริษัท บุคคลหรือนิติบุคคลที่มาทำธุรกรรมกับบริษัท (ในฐานะที่ท่านเป็นบุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมดังกล่าวตามที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น) สื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มของบุคคลภายนอก แหล่งข้อมูลสาธารณะ (เช่น ข้อมูลจากประกาศราชกิจจานุเบกษา เป็นต้น) ผู้มีอำนาจหรือมีสิทธิตามกฎหมาย บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่บริษัทมีนิติสัมพันธ์ด้วย เป็นต้น
5. เราเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ใดบ้าง
บริษัทอาจจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะต่างๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (ทั้งนี้ วัตถุประสงค์บางประเภทอาจใช้บังคับกับบางท่านและอาจไม่ใช้บังคับกับบางท่าน โปรดพิจารณาลักษณะวัตถุประสงค์ตามความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับเรา เป็นรายกรณีไป)
5.1 การดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท (Contractual Basis)
- ดำเนินการตามคำขอของท่าน เพื่อสมัครลงทะเบียนและลงชื่อเข้าใช้บัญชีของเรา
- ดำเนินการเข้าทำสัญญา ข้อตกลง หรือนิติกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของเรา
- ดำเนินการเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เอกสาร หลักฐานที่ใช้ในการสมัครลงทะเบียน การพิสูจน์และยืนยันตัวตน การสร้างและพิสูจน์ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำธุรกรรมบนช่องทางดิจิทัล และเพื่อยืนยันช่องทางการติดต่อกับเรา
- ดำเนินการพิสูจน์ข้อมูลของท่านที่ใช้ในการล็อกอินเพื่อเข้าใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มของเรา รวมถึงทำการตรวจสอบตัวตน เมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอ หรือคำสั่งจากท่าน
- ดำเนินการตามคำขอของท่าน เพื่อการพิจารณาอนุมัติการให้บริการต่างๆ เช่น การเปิดบัญชี การให้สินเชื่อ การซื้อประกัน รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการอื่นใดที่เราให้บริการ
- ดำเนินการตามจำเป็นเพื่อให้การให้บริการต่างๆ ของบริษัทไม่ติดขัด ราบรื่น (รวมถึงการประมวลผล การมอบหมายงานให้แก่ผู้ให้บริการภายนอก การโอนสิทธิและ/หรือหน้าที่ การปรับปรุงซอฟต์แวร์ และปรับปรุงการให้บริการ)
- ติดต่อ และ/หรือแจ้งข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องให้ท่านทราบ และเพื่อติดต่อกับท่านตามที่บริษัทเห็นว่าจำเป็น เช่น การรับ-ส่งเอกสาร การแจ้งเตือน หรือการติดตามทวงถามเพื่อชำระหนี้
- กระทำการอื่นใดที่จำเป็นในการให้บริการ หรือช่วยให้บริการสำเร็จลุล่วงตามคำขอของท่าน
- ดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการโอนสิทธิเรียกร้อง การโอนหรือขายหนี้ของลูกหนี้ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วนให้กับผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง
5.2 การดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)
ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงระเบียบ กฎ หลักปฏิบัติ หรือแนวทางปฏิบัติใดๆ ที่ออกโดยหน่วยงานตามกฎหมายหรือที่มีอำนาจกำกับดูแล ซึ่งบริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ทั้งที่ใช้บังคับอยู่แล้วในขณะนี้ ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคต (รวมถึงการดำเนินการตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย การตอบข้อร้องเรียนของหน่วยงานกำกับดูแล การเปิดเผยต่อหน่วยงานกำกับดูแล และการตรวจสอบทางบัญชี การตรวจสอบในเชิงลึก และการสอบสวน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือกรมสรรพากร หรือเมื่อได้รับหมายเรียก หมายอายัดจากหน่วยงานราชการ หรือศาล เป็นต้น)
5.3 การดำเนินการเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (Legitimate Interest)
โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล เช่น
- ป้องกันมิให้เกิดการฉ้อโกง หรือไม่ได้รับอนุญาตใดๆ ในการใช้บริการ
- ป้องกัน ตรวจจับ วิเคราะห์ และจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร เพื่อลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและภัยคุกคามทางไซเบอร์
- ป้องกัน ตรวจจับ วิเคราะห์ และจัดการต่อเหตุการณ์กระทำผิดทางกฎหมาย หรือเหตุการณ์ต้องสงสัย (เช่น การล้มละลาย การทุจริต การฟอกเงิน การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง การก่ออาชญากรรม การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา)
- แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของบริษัท บริษัทในเครือ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ในการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ (เช่น การผิดนัดชำระหนี้ การผิดสัญญา) ลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกง/ทุจริต และความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและภัยคุกคามทางไซเบอร์
- แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของบริษัท บริษัทในเครือ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ในการกำหนดกลยุทธ์ การบริหารจัดการภายใน เช่น การวัดผล การทำรายงานและการนำเสนอผู้บริหาร การมอบหมายงานเพื่อดูแลลูกค้า การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ
- บริหารความเสี่ยง/กำกับตรวจสอบ/บริหารจัดการภายในบริษัท เช่น การทบทวนคุณภาพเครดิตลูกค้า การทบทวนวงเงินสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ย การสอบทานความถูกต้องของข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกรรมของท่าน
- การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการกำหนดกลยุทธ์ หรือการจัดทำรายงานต่างๆ เพื่อการบริหารจัดการภายใน เช่น Performance report, Dashboard รวมถึงรายงานเพื่อการนำเสนอภายในฝ่ายงาน หรือนำเสนอผู้บริหาร
- ให้บริการลูกค้าสัมพันธ์แก่ท่าน ทำให้บริษัทรับมือกับคำถามของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ (รวมถึงการดำเนินการตามขั้นตอนเมื่อได้รับการร้องเรียน การประเมินความพึงพอใจ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาบริการใหม่ๆ)
- ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymous Data)
- การจัดทำฐานข้อมูล หรือการเก็บบันทึกข้อมูลลงระบบหรือฐานข้อมูล เพื่อการดำเนินการภายในของบริษัท เช่น การจัดทำฐานข้อมูลลูกค้า ผู้สมัครใช้บริการ การจัดทำฐานข้อมูลผู้ให้บริการภายนอก
- การดำเนินการทางการตลาดที่ไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่านตามกฎหมาย เช่น การพิจารณากลุ่มลูกค้าเพื่อการนำส่งคำเชิญเข้าร่วมกิจกรรมหรือการส่งเสริมการขายตามความเหมาะสม การนำส่งข้อเสนอผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรม การนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และ/หรือสิทธิพิเศษที่ท่านร้องขอ การนำเสนอผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกับที่ท่านมีอยู่กับบริษัทหรือบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจของบริษัท และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย
- รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ วิจัย และ/หรือจัดทำข้อมูลทางสถิติ ที่ไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่านตามกฎหมาย เพื่อใช้ภายในบริษัทในการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการของบริษัท บริษัทในกลุ่มธุรกิจ และของพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการกับเรา เช่น การจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน การวิเคราะห์/วิจัยการตลาด การจัดทำข้อมูลทางสถิติ และการจัดทำแบบจำลอง (เช่น Credit Scoring)
- เพื่อทดสอบระบบงานที่พัฒนา/ปรับปรุงใหม่ ก่อนการใช้งานจริง
- ให้คำปรึกษา คำแนะนำ หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของเรา การวิเคราะห์และประเมินความต้องการของลูกค้า การนำเสนอบริการอื่นที่น่าจะอยู่ในความสนใจของท่าน
- อำนวยความสะดวกในการสมัครใช้บริการต่างๆ ของบริษัท ทั้งในการสมัครใช้บริการใหม่ การกลับมาสมัครซ้ำ หรือกรณีสมัครบริการไม่สำเร็จ เช่น การ Pre-fill ข้อมูลของท่าน การแจ้งเตือนท่านเกี่ยวกับการสมัครใช้บริการของบริษัทที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
- ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง การกระทำ หรือกระบวนการพิจารณาใดๆ (รวมถึงการร่างและการตรวจสอบเอกสาร การได้รับความเห็นทางกฎหมาย และดำเนินคดี) และ/หรือปกป้องและบังคับสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาของบริษัท
- การติดต่อ การบันทึกภาพ การบันทึกเสียงเกี่ยวกับการจัดประชุม อบรม สันทนาการ หรือออกบูธ
- การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัท เช่น การบันทึกภาพด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)
- เพื่อจัดทำและจัดเก็บรักษาเอกสารสำคัญของบริษัท ได้แก่ หนังสือรับรองนิติบุคคล ใบรับรอง ทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้น นัดประชุม และรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท และ/หรือคณะกรรมการชุดย่อย และ/หรือการประชุมผู้ถือหุ้น
- การรับ-ส่งพัสดุ หรือเอกสาร
5.4 การดำเนินการที่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่าน
กรณีที่บริษัทไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่น นอกเหนือจากการขอความยินยอมจากท่าน ดังต่อไปนี้
- มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data)
- เพื่อทำการตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ อันทำให้บริษัท หรือบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจของเรา หรือพันธมิตรทางธุรกิจของเรา สามารถเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมทั้งข้อเสนอพิเศษที่เกี่ยวเนื่องกับท่าน
- เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ ข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายและการตลาดต่างๆ ของบริษัท หรือบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจของเรา หรือพันธมิตรทางธุรกิจของเรา หรือนิติบุคคลอื่น
- เพื่อวิเคราะห์ วิจัย หรือจัดทำข้อมูลทางสถิติ รวมถึงเพื่อการพัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของบริษัท หรือบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจของเรา หรือพันธมิตรทางธุรกิจของเรา หรือนิติบุคคลอื่น ที่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่านตามกฎหมาย
- เพื่อส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศซึ่งอาจมีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ (เว้นแต่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม)
ทั้งนี้ บริษัทอาจขอความยินยอมโดยตรงจากท่าน หรือผ่านบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจของเรา หรือพันธมิตรทางธุรกิจ หรือนิติบุคคลอื่น เป็นคราวๆ ไป
5.5 การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (Vital Interest)
- การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ
- การติดต่อในกรณีฉุกเฉิน
- การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณหรือสถานที่ของบริษัท
การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ข้างต้น บริษัทอาจมีการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือที่จะมีเพิ่มเติมในอนาคตมาใช้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) เช่น ChatGPT, Microsoft Copilot, Google Gemini เทคโนโลยี AI Chatbot ระบบคลาวด์ (Cloud Computing) เทคโนโลยีการเปรียบเทียบอัตลักษณ์ของข้อมูลชีวมิติ (Biometric Comparison) เป็นต้น
ทั้งนี้ หากบริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านสำหรับการเข้าทำหรือการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท และ/หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเหล่านั้นแก่บริษัทเมื่อมีการร้องขอ หรือกรณีที่ท่านเลือกที่จะลบบัญชีผู้ใช้งานของท่านออกจากเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มที่บริษัทให้บริการ บริษัทอาจจะไม่สามารถพิจารณาอนุมัติหรือส่งมอบ/จัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่านได้ ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท หรือความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัทได้
6. เราแบ่งปันข้อมูลกับผู้อื่นอย่างไร
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่านหรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ และเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาในข้อ 5 บริษัทอาจเปิดเผยโดยการส่งหรือโอนข้อมูลของท่านให้กับบุคคลธรรมดา/นิติบุคคล ดังต่อไปนี้
- บริษัทในกลุ่มธุรกิจของบริษัท และบริษัทในเครือของแคชเอ็กซ์เพรส
- ผู้ให้บริการของบริษัท ผู้รับจ้างตามสัญญา ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ คู่ค้า หรือตัวแทนที่ปฏิบัติหน้าที่ในนามของบริษัท หรือเพื่อช่วยสนับสนุนการให้บริการของบริษัทแก่ท่าน (“ผู้ให้บริการภายนอก”) ซึ่งบริษัทอาจจะมอบหมายให้ผู้ให้บริการภายนอกจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมจากท่าน ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อให้บริการในนามบริษัท โดยบริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจได้ว่าผู้ให้บริการภายนอกอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเมินคุณสมบัติและความสามารถของผู้ให้บริการภายนอกอย่างเพียงพอ กำหนดข้อสัญญาว่าด้วยการรักษาความลับ พร้อมทั้งจัดตั้งระบบการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสม
- พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท (เช่น พันธมิตรทางธุรกิจที่มีการทำโครงการร่วมกัน พันธมิตรทางธุรกิจที่ออกผลิตภัณฑ์หรือบริการร่วมกัน เป็นต้น)
- ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญของบริษัท (เช่น ที่ปรึกษาวิชาชีพด้านการตรวจสอบกฎหมาย บัญชี หรือภาษี เป็นต้น)
- ผู้รับโอน ผู้สนใจจะเข้ารับโอน หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่บริษัทอาจจะทำการควบรวมกิจการ แยกธุรกิจ โอนย้ายธุรกิจ หรือทำการอื่นใดซึ่งอาจเป็นผลให้มีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไปยังบุคคลภายนอกได้
- หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล สมาคม หน่วยงานหรือบุคคลอื่นใดตามความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายหรือปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร ศาล ตำรวจ หรือหน่วยงานราชการอื่นใดที่มีอำนาจหรือมีสิทธิตามกฎหมาย เช่น กรมบังคับคดี เป็นต้น
- บุคคลที่สามอื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายฉบับนี้
7. เราส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศหรือไม่
บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทอื่นที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจของบริษัทที่อยู่ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท (เช่น คู่ค้าในต่างประเทศ พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงานภาครัฐในต่างประเทศ เป็นต้น) เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนแพลตฟอร์มคลาวด์ (Cloud) หรือเซิร์ฟเวอร์ (Server) ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เป็นต้น
ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งประเทศเหล่านั้นอาจมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่ไม่เพียงพอเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรการคุ้มครองข้อมูลของประเทศไทย บริษัทจะดูแลการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เช่น มีข้อตกลงกับผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับประเทศไทย เป็นต้น
8. การใช้คุกกี้ของบริษัท
บริษัทจัดเก็บข้อมูลของท่านเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัท เพื่อการปรับปรุงเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัท เพื่อให้บริษัทสามารถเสนอสินค้าและบริการได้ตรงกับความต้องการของท่าน เพื่อการรักษาความปลอดภัยของท่านเมื่อใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัท เพื่อให้บริษัทสามารถจดจำอุปกรณ์ของท่านเมื่อท่านกลับเข้ามาในเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัทอีกครั้ง สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ วัตถุประสงค์ของบริษัทในการใช้และวิธีในการจัดการ โปรดดูนโยบายคุกกี้ของบริษัทได้ที่ www.cashxpress.com/privacy-policy/#cookies-policy
9. บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าใด
บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตลอดเวลาที่ท่านยังใช้บริการของบริษัทอยู่ หรือในระหว่างระยะเวลาที่บริษัทและท่านยังคงมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจต่อกัน หรือเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อบรรลุตามวัตถุประสงค์การใช้งานตามรายละเอียดในนโยบายนี้ หรือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ หรือเพื่อการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีที่อาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดความสัมพันธ์ทางธุรกิจต่อกัน เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว
บริษัทอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ หากมีความจำเป็นตามสมควรที่จะต้องเก็บไว้ดังนี้
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับหรือหน้าที่ตามกฎหมาย
- เพื่อให้บริการช่วยเหลือท่านในการใช้บริการของบริษัทได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
- เพื่อระงับข้อพิพาทที่มี หรือในระหว่างระยะเวลาที่ใช้บังคับได้
- เพื่อตรวจจับและป้องกันมิให้มีการใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้ในลักษณะฉ้อฉลหรือมิชอบ
10. บริษัทรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร
บริษัทจะรักษามาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลโดยเคร่งครัด ทั้งมาตรการในการบริหารจัดการ มาตรการเชิงเทคนิค และการป้องกันทางกายภาพ ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความถูกต้องครบถ้วน เพื่อรักษาความลับ เพื่อปกป้องความเสียหาย และเพื่อป้องกันการเข้าถึง เก็บรวบรวม เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
11. บริษัทรักษาความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร
บริษัทมีกระบวนการในการสร้างความมั่นใจว่า ข้อมูลการใช้บริการและข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และมีความสมบูรณ์ตามมาตรฐานทางธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทยังมีกระบวนการในการแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดตามคำร้องขอของท่านได้อีกด้วย
ในกรณีที่บริษัทในกลุ่มธุรกิจของแคชเอ็กซ์เพรส หรือพันธมิตรทางธุรกิจส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทโดยได้รับความยินยอมจากท่านแล้วตามที่กฎหมายกำหนด หากแต่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้นไม่สอดคล้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการที่บริษัทมีอยู่ บริษัทอาจจะใช้ดุลยพินิจในการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลที่บันทึกไว้ให้ถูกต้องตามข้อมูลที่ได้รับมาใหม่ เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน มีความสอดคล้องกัน
12. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง
สิทธิของท่านในข้อนี้เป็นสิทธิตามกฎหมายของท่านที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนดขึ้น
12.1 สิทธิขอถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)
ท่านสามารถขอเพิกถอนความยินยอมที่จะให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมาย หรือภายใต้สัญญาที่ท่านยังคงมีอยู่กับบริษัท หรือกับผู้ให้บริการอื่นภายใต้ช่องทางของแคชเอ็กซ์เพรส
12.2 สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีดังนี้
- กรณีที่เป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ด้วยเหตุจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เว้นแต่บริษัทแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ในการเสนอบริการ และข้อเสนอพิเศษด้านการตลาด
- กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและวิเคราะห์ ประเมินผลข้อมูล ทำสถิติ เว้นแต่การจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
12.3 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล
- ท่านอาจจะขอดู หรือร้องขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้จากการที่ท่านได้ใช้บริการจากบริษัท
- ในกรณีที่ท่านร้องขอการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง (รวมถึงขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน) ซึ่งท่านไม่สามารถยืนยัน/เข้าถึงผ่านช่องทางของแคชเอ็กซ์เพรสได้ บริษัทอาจจะเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการจากท่านในการเปิดเผยข้อมูล
12.4 สิทธิขอแก้ไขข้อมูล
ท่านสามารถยืนยัน เพิ่มเติม หรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองที่ได้ลงทะเบียนไว้ในการใช้บริการของบริษัทไม่ว่าในเวลาใดๆ เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
12.5 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญากับเรา หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด
12.6 สิทธิขอให้ลบ/ทำลายข้อมูล
หากท่านพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ลงทะเบียนไว้กับบริษัทได้เปลี่ยนแปลงไป หรือไม่ถูกต้อง ท่านอาจจะร้องขอให้บริษัทลบ หรือยกเลิกการเก็บรวบรวม การประมวลผล หรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ต่อไป
นอกจากนี้ ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลว่าเป็นลูกค้าได้ ในกรณีดังนี้
- เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
- เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย และบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอีกต่อไป
- เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ หรือเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
- เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
12.7 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังนี้
- เมื่อบริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านร้องขอ
- เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลาย เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ท่านขอให้ระงับการใช้แทน
- เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล แต่ท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้ เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- เมื่อบริษัทอยู่ระหว่างการพิสูจน์ให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้ให้บริการใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูล
12.8 สิทธิในการร้องเรียน
ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นจำกัดเฉพาะข้อมูลที่ท่านส่งมอบให้แก่บริษัท ไม่รวมถึงข้อมูลภายในที่บริษัทจัดทำขึ้น ในบางกรณี บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำร้องขอของท่านได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยนั้นเป็นไปเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Legal Obligation) หรือเป็นไปเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (Legitimate Interest)
ทั้งนี้ ในการดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน บริษัทอาจใช้ระยะเวลาดำเนินการภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับข้อมูลครบถ้วน สำหรับการดำเนินการตามคำขอของท่านเพื่อเพิกถอนความยินยอมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัทจะใช้ระยะเวลาดำเนินการภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับข้อมูลครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความซับซ้อนและปริมาณข้อมูลตามคำร้องขอ หรือเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านได้ทันที
13. การยกเลิกบริการ
หากท่านตัดสินใจยกเลิกการใช้บริการต่างๆ ที่มีกับบริษัท ข้อมูลทั้งหมด (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล) ที่เกี่ยวกับท่านจะได้รับการจัดการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง นโยบายฉบับนี้ และนโยบายอื่นๆ ของบริษัท อย่างไรก็ตาม การยกเลิกดังกล่าวจะไม่ถือว่าเป็นการเพิกถอนการอนุญาตที่ได้ให้บริษัทใช้และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เว้นแต่จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
หากท่านถอนความยินยอมในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับลักษณะของคำขอ บริษัทอาจจะไม่อยู่ในสถานะที่จะดำเนินการให้บริการแก่ท่านได้ต่อไป หรือไม่สามารถบริหารจัดการนิติสัมพันธ์ที่มีอยู่ได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุแห่งการยกเลิกสัญญากับบริษัท และถือว่าท่านผิดสัญญาหรือคำรับรองตามสัญญา บริษัทขอสงวนสิทธิ์และการเยียวยาตามกฎหมายไว้อย่างชัดแจ้ง
14. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
บริษัทอาจจะเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบเมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่สำคัญต่อนโยบายความเป็นส่วนตัวผ่านทางแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ของบริษัทที่ www.cashxpress.com/privacy-policy หรือช่องทางอื่นตามที่เห็นสมควร
15. ช่องทางการติดต่อ
หากท่านมีข้อสงสัย ข้อร้องเรียน หรือมีความประสงค์ที่จะยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้รับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยบริษัท ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ที่
ชื่อบริษัท
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนตัวและคุณลักษณะของบุคคล
- สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 496-502 อาคารเกษร อัมรินทร์ ชั้น 5 ยูนิต S5150A ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10330 (ที่อยู่ชั่วคราว โปรดปรับปรุงเป็นที่อยู่จริงของบริษัท)
- คอลเซ็นเตอร์: 02 055 5555 (หมายเลขชั่วคราว โปรดปรับปรุงเป็นหมายเลขจริงของบริษัท)
- อีเมล: [email protected]
16. ภาษา
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หากมีข้อความที่ขัดแย้งกันระหว่างฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามฉบับภาษาไทย
นโยบายการใช้งานคุกกี้ แคชเอ็กซ์เพรส
วันที่ปรับปรุงล่าสุด: 7 กรกฎาคม 2569
บริษัท แคชเอ็กซ์เพรส จำกัด บริษัทลูก และบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจภายใต้การควบคุมของบริษัท แคชเอ็กซ์เพรส จำกัด (รวมเรียกว่า “บริษัท” หรือ “เรา”) อาจมีการใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน (“คุกกี้”) บนเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของเรา เพื่อช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้บริการ และช่วยให้เราสามารถพัฒนาคุณภาพของบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายฉบับนี้เพื่อแจ้งให้ท่านทราบ โดยมีการพิจารณาทบทวนและปรับปรุงนโยบายนี้ตามความเหมาะสมอยู่เป็นระยะ
1. คุกกี้คืออะไร
คุกกี้ คือ ไฟล์ข้อความขนาดเล็กซึ่งถูกติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารของท่าน (รวมเรียกว่า “อุปกรณ์”) รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน เช่น แท็กพิกเซล (ภาพกราฟิกโปร่งใสที่ถูกวางไว้บนเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน) ตัวระบุอุปกรณ์มือถือ หรือที่จัดเก็บเว็บที่ใช้ในซอฟต์แวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ เป็นต้น โดยคุกกี้จะถูกใช้งานอย่างแพร่หลายเพื่อที่จะทำให้เว็บไซต์/แอปพลิเคชันของบริษัทสามารถทำงานได้หรือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. บริษัทใช้คุกกี้ประเภทใด
ประเภทของคุกกี้ที่บริษัทใช้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะรายการต่อไปนี้
ประเภทของคุกกี้
รายละเอียด / ตัวอย่าง
คุกกี้ที่จำเป็นอย่างยิ่ง
- มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานขั้นพื้นฐานของเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของบริษัท ทำให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานได้อย่างปลอดภัย
- ตัวอย่าง: Session ID, Security
คุกกี้สถิติเพื่อวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน
- ใช้เพื่อช่วยพัฒนาเว็บไซต์/แอปพลิเคชันโดยการเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะวิธีที่ท่านใช้งาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ปรับปรุงบริการให้ทันสมัยและตอบสนองความต้องการของท่าน
- ตัวอย่าง: Google Analytics
คุกกี้เพื่อการโฆษณา
- จดจำการตั้งค่าของท่านในการเข้าใช้งานเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน เพื่อนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมจากบริษัท บริษัทในเครือ และพันธมิตรคู่ค้า
- ตัวอย่าง: Google Analytics, Google Remarketing, Google Conversion, Floodlight Tracking, Facebook Pixels, Facebook API, LINE Tag, Twitter Pixels, TikTok Pixels
คุกกี้ของบุคคลที่สาม: ในกรณีที่มีการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม เช่น พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เครือข่ายการโฆษณา สื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการเว็บไซต์ภายนอกอื่นๆ เป็นต้น คุกกี้บางประเภทอาจมีการจัดการโดยบุคคลที่สาม เราแนะนำให้ท่านศึกษาและทำความเข้าใจนโยบายการใช้คุกกี้และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามด้วย
3. การจัดเก็บและใช้คุกกี้
การทำงานของคุกกี้ทำให้บริษัทสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านในรูปแบบต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ ยกตัวอย่างเช่น
- อินเทอร์เน็ตโดเมนและ IP Address
- ประเภทของเบราว์เซอร์ซอฟต์แวร์ ตลอดจนโครงสร้างและระบบการปฏิบัติงานที่ใช้ในการเข้าสู่เว็บไซต์/แอปพลิเคชัน
- วันที่และเวลาที่ท่านเข้าสู่เว็บไซต์/แอปพลิเคชัน
- ภาษาที่ท่านเลือกใช้บนหน้าเว็บไซต์/แอปพลิเคชันที่ท่านเข้าชมหรือใช้บริการ
- ตำแหน่งสถานที่ ที่อยู่ของท่าน (ตำบล อำเภอ จังหวัด เมือง รัฐ ประเทศ) ขณะที่ท่านเข้าชมหรือใช้บริการเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน
- ข้อมูลอุปกรณ์ รุ่น และประเภทอุปกรณ์
- หน้าเว็บไซต์/แอปพลิเคชันที่ท่านเข้าชม และนำท่านออกจากเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของบริษัท รวมถึงเนื้อหาบนหน้าที่ท่านเยี่ยมชมและระยะเวลาที่ท่านใช้ในการเยี่ยมชม
- ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของบริษัท หรือที่ได้รับจากผู้ให้บริการอื่น/แอปพลิเคชันอื่น
ข้อมูลดังกล่าวของท่านจะได้รับการเก็บรวบรวมไว้ตามความจำเป็นและเหมาะสมเพื่อบรรลุตามวัตถุประสงค์การใช้งานที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ โดยจะเก็บรวบรวมไว้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่ท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของบริษัทล่าสุด
บริษัทจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างของบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท และบริษัทในกลุ่มธุรกิจของบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์และประมวลผลลักษณะการใช้งานเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของท่าน และที่เกี่ยวข้องกับการทำสื่อโฆษณาเท่านั้น ซึ่งการเปิดเผยนี้อาจจะมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
4. ฐานทางกฎหมาย
การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีของคุกกี้นั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือเป็นไปตามความยินยอมที่ได้รับโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ท่านสามารถยกเลิกความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้ที่ “การตั้งค่าคุกกี้”
5. การจัดการและการลบคุกกี้
ท่านสามารถเลือกปิดค่าคุกกี้แต่ละประเภทในหน้าเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของบริษัทได้ ยกเว้นคุกกี้ที่จำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อท่านออกจากเว็บไซต์ ท่านสามารถลบคุกกี้ได้โดยลบออกจากประวัติเบราว์เซอร์ (แคช) ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้รวมถึงวิธีควบคุมการใช้งานเหล่านี้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านที่ www.allaboutcookies.org
อย่างไรก็ตาม บริษัทขอแจ้งให้ท่านทราบว่า การปิดการใช้งานคุกกี้บางตัวอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของเว็บไซต์/แอปพลิเคชันนี้ และอาจส่งผลถึงขั้นที่ทำให้รูปแบบการทำงานหรือปฏิบัติการบางอย่างของเว็บไซต์/แอปพลิเคชันไม่สามารถใช้งานได้
6. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย
นโยบายการใช้คุกกี้นี้อาจมีการปรับปรุงแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าท่านเข้าใจการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สิทธิต่างๆ ได้จากนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แคชเอ็กซ์เพรสได้ที่ www.cashxpress.com/privacy-policy
นโยบายความเป็นส่วนตัว แคชเอ็กซ์เพรส สำหรับผู้สมัครงานและพนักงาน
วันที่ปรับปรุงล่าสุด: 7 กรกฎาคม 2569
บริษัท แคชเอ็กซ์เพรส จำกัด บริษัทลูก และบริษัทที่อยู่ภายในกลุ่มธุรกิจภายใต้การควบคุมของบริษัท แคชเอ็กซ์เพรส จำกัด (รวมเรียกว่า “บริษัท” หรือ “เรา”) ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราได้รับจะถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นโยบายความเป็นส่วนตัวแคชเอ็กซ์เพรสสำหรับผู้สมัครและพนักงาน (“นโยบาย”) ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิต่างๆ ของท่านตามกฎหมาย
ทั้งนี้ หากท่านไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของนโยบายนี้ หรือหากท่านไม่ยินยอมให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่บริษัท บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการที่เกี่ยวกับการเสนอตำแหน่งงาน การสมัครงาน การจ้างงาน หรือการฝึกงานแก่ท่านได้ตามคำขอ และอาจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่บางประการที่บริษัทมีต่อท่าน หรืออาจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้
1. นโยบายฉบับนี้มีขึ้นเพื่ออะไร
นโยบายฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทได้ทำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสมัครงาน การจ้างงาน หรือการฝึกงานของท่านภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
2. นโยบายฉบับนี้ใช้กับใครบ้าง
ประกาศนโยบายฉบับนี้ใช้สำหรับผู้สมัครและพนักงานของบริษัท ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้สมัครงานและผู้สัมภาษณ์งาน พนักงาน กรรมการ ที่ปรึกษา นักศึกษาฝึกงาน พนักงานชั่วคราว ผู้ที่เคยเป็นพนักงานของบริษัท (เช่น อดีตพนักงาน หรือพนักงานที่เกษียณอายุแล้ว) พนักงานภายนอกองค์กร วิทยากร ลูกจ้าง รวมไปจนถึงบุคคลในครอบครัว ผู้รับผลประโยชน์จากสวัสดิการต่างๆ บุคคลอ้างอิง บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน พยานและบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น (รวมเรียกว่า “ท่าน”)
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้ทำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย นอกเหนือจากที่ได้มาจากความสัมพันธ์เกี่ยวกับการสมัครงานและการสัมภาษณ์งาน การฝึกงาน การจ้างงานของท่าน หรือการดำเนินการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับงานด้านทรัพยากรบุคคลของเราให้กับท่าน เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยจากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท จะไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตการใช้ของนโยบายฉบับนี้
3. ข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้างที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับท่านโดยที่ข้อมูลนั้นสามารถระบุตัวท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม) ตัวอย่างประเภทข้อมูลมีดังนี้
ประเภทของข้อมูล
ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนตัวและคุณลักษณะของบุคคล
- ข้อมูลชื่อและอักษรย่อ เช่น ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น ชื่อกลาง คำนำหน้าชื่อ นามแฝง หรือชื่อที่เคยใช้
- ข้อมูลคุณลักษณะของบุคคล เช่น วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ สัญชาติ ประเทศที่เกิด สถานภาพสมรส จำนวนบุตร ส่วนสูง น้ำหนัก ความสามารถด้านภาษา งานอดิเรก
- บุคลิกภาพและพฤติกรรม (ยกเว้นพฤติกรรมทางเพศ)
- รูปถ่ายใบหน้า รูปถ่ายทั่วไปที่ปรากฏรูปร่าง หน้าตาของเจ้าของข้อมูล เต็มตัวหรือบางส่วน
- หลักฐานการมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (สำหรับกรณีชาวต่างชาติ)
- ข้อมูลการเกณฑ์ทหาร ข้อมูลการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ลายมือชื่อ
ข้อมูลส่วนตัวตามเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ
- หมายเลขหรือรายละเอียดที่หน่วยงานภาครัฐออกให้เพื่อใช้ระบุตัวตน เช่น หมายเลขบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับรถ ประจำตัวผู้เสียภาษี
- ข้อมูลบนเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ ใบอนุญาตทำงาน บัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ ใบมรณบัตร ใบอนุญาตขับขี่ ทะเบียนสมรส ใบสำคัญหย่า ใบรับรองการถือหุ้น ข้อมูลภาษี ข้อมูลประกันสังคม หมายเรียกตำรวจ
ข้อมูลการศึกษา
- ประวัติการศึกษา ระดับการศึกษาสูงสุด วุฒิการศึกษา ผลการศึกษา ใบอนุญาต สมาชิกภาพกับองค์กรวิชาชีพ หลักสูตรการฝึกอบรม/สัมมนา ประกาศนียบัตร/คุณวุฒิพิเศษ
ข้อมูลการทำงานและข้อมูลการจ้างงาน
- สถานะการจ้างงาน หมายเลขพนักงาน นามบัตร ตำแหน่งงาน สังกัดต่างๆ ในองค์กร
- ขอบเขตความรับผิดชอบงาน อายุตำแหน่งงาน หน้าที่และลักษณะงาน
- การประเมินผลทดลองงาน การประเมินผลการทำงานและความสามารถในการทำงาน
- ผลการประเมินคุณลักษณะ ผลการสอบความถนัดทางปัญญา แบบทดสอบศักยภาพ
- ประวัติการทำงาน ประวัติการจ้างงาน วันที่เริ่มงาน การเลิกจ้างงาน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
- ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ใบรับรองวิชาชีพ
- รายละเอียดต่างๆ ที่ปรากฏในสลิปเงินเดือน ข้อมูลบนหนังสือรับรองเงินเดือน
- บันทึกทางวินัยพนักงาน บันทึกข้อร้องเรียนจากบุคคลภายนอก
ข้อมูลการติดต่อ
- ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ที่อยู่ตามบัตรประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และเอกสารราชการอื่นๆ
- หมายเลขโทรศัพท์ (บ้าน มือถือ ที่ทำงาน) หมายเลขโทรสาร
- อีเมลเพื่อใช้ติดต่อ อีเมลที่ทำงาน
- ชื่อ นามแฝง หรือชื่อบัญชีที่ใช้เพื่อติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ
ข้อมูลทางการเงิน
- ข้อมูลเงินเดือน ค่าจ้าง ผลตอบแทนอื่น เช่น สลิปเงินเดือน โบนัส
- ข้อมูลการจ่ายเงินประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันภัยกลุ่ม เงินชดเชยที่ได้รับ การหักเงินเดือนตามกฎหมาย และข้อมูลเพื่อช่วยเหลือทางการเงิน
- รายละเอียดเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน รายละเอียดยานพาหนะ
- ข้อมูลการใช้สิทธิสวัสดิการอื่นๆ ข้อมูลการเสียภาษี
- ข้อมูลเลขที่บัญชีธนาคาร ข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์
ข้อมูลทางเทคนิค/อุปกรณ์/เครื่องมือ
- ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Traffic log)
- ชื่อบัญชี (User Account) สำหรับใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน โปรแกรม แพลตฟอร์ม เพื่อเข้าถึงและใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท
- ข้อมูลการใช้งานระบบ หมายเลขไอพี หรือ MAC address
- พิกเซลแท็ก (Pixel Tag) คุกกี้แท็ก (Cookie Tag)
- รหัสประจำอุปกรณ์ (Device ID) หมายเลขประจำตัวเครื่อง (UDID) รุ่นและประเภทของอุปกรณ์
- ข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ (GPS) ค่าเขตเวลา และพิกัดสถานที่ (Location Data)
- ชื่อและเวอร์ชันของเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการ บนอุปกรณ์ที่ใช้เข้าถึงเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ข้อมูลอื่นๆ
- ข้อมูล/ผลการประเมินจากการสำรวจความคิดเห็น ข้อมูลความสัมพันธ์ในการทำงาน
- รายละเอียดเกี่ยวกับข้อติชม ข้อร้องเรียน คำแนะนำ
- บันทึกการสื่อสารหรือการใช้โต้ตอบระหว่างท่านกับบริษัท/เจ้าหน้าที่ของบริษัท
- คำขอใช้สิทธิต่างๆ ข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท
- สมุดรายชื่อ/ที่อยู่ของผู้ติดต่อทางข้อความหรืออีเมล บันทึกการลางาน การฝึกอบรม การสัมมนาต่างๆ
- คลิปบันทึกเสียง ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
- ข้อมูลประวัติการถูกดำเนินคดี การถูกกล่าวโทษ ร้องทุกข์
- ข้อมูลการเข้าประชุมและบันทึกการประชุมภายในบริษัท หรือคณะกรรมการบริษัท
3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data)
คือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ โดยบริษัทไม่มีเจตนาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวจากท่าน หากแต่ในบางกรณี เรามีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวจากท่านเพื่อพิจารณาการจ้างงาน การดำเนินการตามสัญญาที่บริษัทมีอยู่กับท่าน หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสหภาพแรงงาน ความพิการ ข้อมูลพันธุกรรม หรือข้อมูลสุขภาพ ผลตรวจสุขภาพ ข้อมูลทางชีวภาพ (Biometric Information) (เช่น ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า เป็นต้น) ทั้งนี้ บริษัทจะจัดเก็บ รวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวจากท่านเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต โดยจะดำเนินการเป็นคราวๆ ไปเมื่อต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวจากท่าน
(สำหรับนโยบายฉบับนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”)
3.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด
ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับท่านแก่บริษัท เช่น คู่สมรส บุตร บิดา/มารดา ข้อมูลสมาชิกในครอบครัว หัวหน้างาน ผู้กู้ร่วม/ผู้ค้ำประกัน อดีตนายจ้าง ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์จากสวัสดิการต่างๆ ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน และบุคคลที่ท่านอ้างอิง เป็นต้น ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบเกี่ยวกับรายละเอียดตามนโยบายฉบับนี้ และขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นหากจำเป็น หรือกำหนดฐานทางกฎหมายอื่นเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามเหล่านี้ได้
3.4 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
บริษัทไม่มีเจตนาในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (แล้วแต่กรณี) หากบริษัททราบว่าบริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (แล้วแต่กรณี) บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นเฉพาะกรณีที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นโดยไม่ต้องอาศัยความยินยอม
4. เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางใดบ้าง
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่างๆ ที่อาจมีความแตกต่างกันตามแต่กรณี
4.1 ข้อมูลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง
บริษัทอาจเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง หรือมีอยู่กับบริษัททั้งที่เกิดจากการสรรหาบุคคล การสมัครงานและการสัมภาษณ์งาน และในระหว่างการจ้างงาน หรือการฝึกงาน หรือจากช่องทางการติดต่อต่างๆ เช่น การพบปะ เว็บไซต์ อีเมล โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ หรือช่องทางอื่นใด
4.2 ข้อมูลที่ได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากท่านโดยตรง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง หน่วยงานของรัฐ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ ตัวแทนจัดหางาน เว็บไซต์/แอปพลิเคชันสมัครงาน สื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการข้อมูล แพลตฟอร์มของบุคคลภายนอก แหล่งข้อมูลสาธารณะ ที่ปรึกษา หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานของรัฐ บุคคลอ้างอิงที่ท่านระบุไว้ เป็นต้น
5. เราเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ใดบ้าง
บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อพิจารณารับเข้าทำงาน รับเข้าฝึกงาน เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน หรือเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งวัตถุประสงค์ ต่อไปนี้
5.1 การดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามสัญญา (Contractual Basis)
- ดำเนินการที่จำเป็นในการพิจารณาและคัดเลือกผู้สมัครงาน เช่น การเสนอตำแหน่งงาน การสัมภาษณ์งาน การประเมินคุณสมบัติและความเหมาะสมกับตำแหน่งงาน
- ดำเนินการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของผู้สมัครก่อนการจ้างงานภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม และตรวจสอบข้อมูลจากบุคคลอ้างอิงที่ผู้สมัครระบุ
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เอกสาร หลักฐาน การระบุและยืนยันตัวตน
- จัดให้เข้าทำสัญญาทดลองงาน สัญญาจ้างแรงงาน สัญญาจ้างทำของ สัญญาฝึกงาน หรือสัญญาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปฏิบัติตามนโยบายและข้อบังคับการบริหารงานบุคคลของบริษัท
- ดำเนินการเพื่อพิจารณาค่าตอบแทนและการให้สิทธิสวัสดิการต่างๆ เช่น การพิจารณา การให้ และการจ่ายเงินเดือน สิทธิสวัสดิการพนักงาน การหักภาษี การนำส่งข้อมูลเกี่ยวกับประกันสังคม การนำส่งข้อมูลและหักเงินเพื่อสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การเบิกจ่ายเงินสำรองจ่าย การทำประกันกลุ่ม การทำประกันการเดินทาง การจัดให้มีการตรวจร่างกายประจำปี เป็นต้น
- ดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับการลาออก การเลิกจ้าง เช่น การจ่ายเงินค่าชดเชย สวัสดิการหลังการเลิกจ้าง เป็นต้น
- เปิดเผยให้แก่ลูกค้า คู่ค้า หรือบุคคลอื่น อันเนื่องมาจากสิทธิและหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างงาน
5.2 การดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)
ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงระเบียบ กฎ หลักปฏิบัติ หรือแนวทางปฏิบัติใดๆ ที่ออกโดยหน่วยงานตามกฎหมายหรือที่มีอำนาจกำกับดูแล ซึ่งบริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคม กฎหมายเงินทดแทน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายล้มละลาย กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายคอมพิวเตอร์ ประกาศของหน่วยงานกำกับดูแล และกฎหมายอื่นๆ ที่จำเป็น รวมถึงการดำเนินการตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย การตอบข้อร้องเรียนของหน่วยงานกำกับดูแล การเปิดเผยต่อหน่วยงานกำกับดูแล การตรวจสอบในเชิงลึก และการสอบสวน หรือเมื่อได้รับหมายเรียก หมายอายัดจากหน่วยงานราชการ หรือศาล เป็นต้น
5.3 การดำเนินการเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (Legitimate Interest)
- บริหารจัดการภายในองค์กรเกี่ยวกับกระบวนการจ้างงาน เช่น การส่งข้อมูลผู้สมัครหรือรายงานการสัมภาษณ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจตัดสินใจคัดเลือก กระบวนการภายในเพื่อจัดทำสัญญาจ้าง เป็นต้น
- บริหารจัดการภายในองค์กร รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล เช่น การจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับพนักงาน การทำบัตรพนักงาน การประเมินและบริหารผลการปฏิบัติงาน การโยกย้ายหรือปรับตำแหน่ง การจัดหาสวัสดิการ การกำหนดค่าตอบแทน การจัดทำหนังสือรับรอง การบริหารบุคลากร กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติสำหรับพนักงานบางตำแหน่ง และการตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนสำหรับผู้บริหารบางกรณี
- เพื่อจัดทำและจัดเก็บรักษาเอกสารสำคัญของบริษัท ได้แก่ หนังสือรับรองนิติบุคคล ใบรับรอง ทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้น นัดประชุม และรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท และ/หรือคณะกรรมการชุดย่อย และ/หรือการประชุมผู้ถือหุ้น
- ป้องกัน ตรวจจับ วิเคราะห์ และจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร เพื่อลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตรวจสอบข้อมูลการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือตรวจสอบพฤติกรรมการปฏิบัติงาน และเพื่อคุ้มครองข้อมูลและความลับของบริษัท
- ป้องกัน ตรวจจับ วิเคราะห์ และจัดการต่อเหตุการณ์กระทำผิดทางกฎหมาย หรือเหตุการณ์ต้องสงสัย หรือจัดการข้อร้องเรียนทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร
- บริหารความสัมพันธ์กับพนักงาน การจัดกิจกรรม การสำรวจและเก็บรวบรวมความคิดเห็น
- พัฒนาความสามารถ เช่น การฝึกอบรม สัมมนา การรับรองความรู้ด้านต่างๆ
- เพื่อทดสอบระบบงานที่พัฒนา/ปรับปรุงใหม่ ก่อนการใช้งานจริง
- วิเคราะห์ วิจัย ทำสถิติและจัดทำรายงานสำหรับการใช้ภายในบริษัทและการนำส่งหน่วยงานภายนอก
- ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymous Data)
- การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัท เช่น การบันทึกภาพด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)
- แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของบริษัท บริษัทในเครือ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ในการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ความเสี่ยงจากการฉ้อโกง/ทุจริต และความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและภัยคุกคามทางไซเบอร์
- การติดต่อ การบันทึกภาพ การบันทึกเสียงเกี่ยวกับการจัดประชุม อบรม สันทนาการ หรือออกบูธ
- การรับ-ส่งพัสดุ หรือเอกสาร
- การดำเนินการอื่นใดของบริษัท เช่น การมอบหมายงานให้ผู้อื่นทำแทน การโฆษณา การจัดทำสื่อและการสื่อสารองค์กรทั้งภายในและภายนอก เป็นต้น
5.4 การดำเนินการที่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่าน
- มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data)
- เพื่อส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศซึ่งอาจมีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ (เว้นแต่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม) โดยบริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
ทั้งนี้ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อื่นใด บริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านเป็นคราวๆ ไป
5.5 การดำเนินการเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (Vital Interest)
- การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ
- การติดต่อในกรณีฉุกเฉิน
- การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณหรือสถานที่ของบริษัท
การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ข้างต้น บริษัทอาจมีการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือที่จะมีเพิ่มเติมในอนาคตมาใช้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) เช่น ChatGPT, Microsoft Copilot, Google Gemini เทคโนโลยี AI Chatbot ระบบคลาวด์ (Cloud Computing) เทคโนโลยีการเปรียบเทียบอัตลักษณ์ของข้อมูลชีวมิติ (Biometric Comparison) เป็นต้น
6. เราแบ่งปันข้อมูลกับผู้อื่นอย่างไร
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่าน หรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ และเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาในข้อ 5 บริษัทอาจเปิดเผยโดยการส่งหรือโอนข้อมูลของท่านให้กับบุคคลธรรมดา/นิติบุคคล ดังต่อไปนี้
- บริษัทในกลุ่มธุรกิจของบริษัท และบริษัทในเครือของแคชเอ็กซ์เพรส
- ผู้ให้บริการของบริษัท ผู้รับจ้างตามสัญญา ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ คู่ค้า หรือตัวแทนที่ปฏิบัติหน้าที่ในนามของบริษัท หรือเพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ของบริษัทแก่ท่าน (“ผู้ให้บริการภายนอก”) ซึ่งบริษัทอาจจะมอบหมายให้ผู้ให้บริการภายนอกจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมจากท่าน โดยบริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจได้ว่าผู้ให้บริการภายนอกอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเมินคุณสมบัติและความสามารถของผู้ให้บริการภายนอกอย่างเพียงพอ กำหนดข้อสัญญาว่าด้วยการรักษาความลับ พร้อมทั้งจัดตั้งระบบการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสม
- พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท (เช่น พันธมิตรทางธุรกิจที่มีการทำโครงการร่วมกัน พันธมิตรทางธุรกิจที่ออกผลิตภัณฑ์หรือบริการร่วมกัน เป็นต้น)
- ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญของบริษัท (เช่น ที่ปรึกษาวิชาชีพด้านการตรวจสอบกฎหมาย บัญชี หรือภาษี ที่ปรึกษาด้านงานทรัพยากรบุคคล เป็นต้น)
- ผู้รับโอน ผู้สนใจจะเข้ารับโอน หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่บริษัทอาจจะทำการควบรวมกิจการ แยกธุรกิจ โอนย้ายธุรกิจ หรือทำการอื่นใดซึ่งอาจเป็นผลให้มีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไปยังบุคคลภายนอกได้
- หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล สมาคม หน่วยงานหรือบุคคลอื่นใดตามความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายหรือปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร ศาล ตำรวจ หรือหน่วยงานราชการอื่นใดที่มีอำนาจหรือมีสิทธิตามกฎหมาย เช่น กรมบังคับคดี เป็นต้น
- บุคคลที่สามอื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ หรือตามที่ท่านร้องขอ
7. เราส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศหรือไม่
บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทอื่นที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจของบริษัทที่อยู่ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนแพลตฟอร์มคลาวด์ (Cloud) หรือเซิร์ฟเวอร์ (Server) ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เป็นต้น
ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งประเทศเหล่านั้นอาจมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่ไม่เพียงพอเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรการคุ้มครองข้อมูลของประเทศไทย บริษัทจะดูแลการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ
8. บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าใด
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นผู้สมัครหรือบุคลากรของบริษัท หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับเรา หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น
- ผู้สมัครงานที่ไม่ได้รับการคัดเลือก บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลของท่านเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อเป็นหลักฐานว่าบริษัทได้พิจารณาคัดเลือกท่านอย่างยุติธรรม และเพื่อพิจารณารับท่านเข้าทำงานในตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับท่านในอนาคต
- บุคลากรของบริษัท จัดเก็บไว้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ระยะเวลา 10 ปี เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทจะลบ/ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้ เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว
9. บริษัทรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร
บริษัทจะรักษามาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลโดยเคร่งครัด ทั้งมาตรการในการบริหารจัดการ มาตรการเชิงเทคนิค และการป้องกันทางกายภาพ ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความถูกต้องครบถ้วน เพื่อรักษาความลับ เพื่อปกป้องความเสียหาย และเพื่อป้องกันการเข้าถึง เก็บรวบรวม เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
10. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง
10.1 สิทธิขอถอนความยินยอม
หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่
ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านอาจทำให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือให้สวัสดิการกับท่านได้ หรืออาจส่งผลให้กิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องถูกระงับ หรือหยุดลงชั่วคราว หรืออาจส่งผลกระทบต่อท่าน เพื่อประโยชน์ของท่าน จึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม
10.2 สิทธิขอคัดค้าน
ท่านมีสิทธิขอคัดค้านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยัน การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี
10.3 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นได้มาอย่างไรโดยปราศจากความยินยอมของท่าน
10.5 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัท หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญากับเรา หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด
10.4 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
10.6 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
10.7 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน
10.8 สิทธิร้องเรียน
ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น โดยหากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย
ทั้งนี้ ในการดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน บริษัทอาจใช้ระยะเวลาภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับข้อมูลครบถ้วน สำหรับการดำเนินการตามคำขอของท่านเพื่อเพิกถอนความยินยอม บริษัทจะใช้ระยะเวลาดำเนินการภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับข้อมูลครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความซับซ้อนและปริมาณข้อมูลตามคำร้องขอ หรือเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านได้ทันที
11. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงาน
บริษัทอาจจะเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบเมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่สำคัญบนเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.cashxpress.com/privacy-policy/#privacy-policy-personel หรือช่องทางอื่นตามที่บริษัทเห็นสมควร
12. ช่องทางการติดต่อ
ชื่อบริษัท
บริษัท แคชเอ็กซ์เพรส จำกัด
- สถานที่ติดต่อ: อาคารเกษร อัมรินทร์ ชั้น 5 ยูนิต S5150A ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10330 (ที่อยู่ชั่วคราว)
- เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: [email protected]
- ฝ่ายทรัพยากรบุคคล: [email protected]